ดัชนีรายได้ ดัชนีราคา และดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรประจำเดือนพฤษภาคม 2562
และแนวโน้มเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2562

 
1. ดัชนีรายได้เกษตรกร
      ภาพรวมรายได้ของเกษตรกร วัดจากดัชนีรายได้เกษตรกรในเดือนพฤษภาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 145.04 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2561 ร้อยละ 1.14 เป็นผลมาจากดัชนีผลผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.62 โดยสินค้าสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่    มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ไก่เนื้อ และไข่ไก่ และดัชนีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.52 โดยสินค้าสำคัญที่มีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ สับปะรด ทุเรียน สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม
 
ตารางที่ 1 การเปลี่ยนแปลงดัชนีเศรษฐกิจการเกษตร (%YoY)
รายการ 2561 2561 2562
ครึ่งปีแรก ครึ่งปีหลัง ไตรมาส 4 ไตรมาส 1 เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน (p)
รายได้เกษตรกร 0.46 -0.03 1.77 0.25 2.15 -2.04 1.14 1.97
ผลผลิตสินค้าเกษตร 6.48 9.75 3.93 1.42 2.86 -1.39 0.62 -2.51
ราคาสินค้าเกษตร -5.66 -8.91 -2.07 -1.15 -0.69 -0.66 0.52 4.59
หมายเหตุ: %YoY คือ เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา, p คือ preliminary (ตัวเลขเบื้องต้น)                     
ที่มา: ศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

 

 
2. ดัชนีราคาสินค้าเกษตร
     2.1 ภาพรวมราคาสินค้าเกษตร วัดจากดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นา เดือนพฤษภาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 132.33 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2561 ร้อยละ 0.52 ซึ่งเพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มสินค้า และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.37
 


-- เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา --
     สินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น
- สับปะรด ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ตลาด แต่ปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน
- ทุเรียน ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อระหว่างผลผลิตทางภาคตะวันออกและทางภาคใต้ ส่งผลให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ
- สุกร ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการบริโภคภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศร้อนไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโต ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอ และการส่งออกมีการขยายตัว
- กุ้งขาวแวนนาไม ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จากการที่เกษตรกรชะลอการจับกุ้ง เพื่อรอให้กุ้งได้ขนาด ประกอบกับการส่งออกขยายตัว
     สินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง
- มันสำปะหลัง ราคาลดลง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่าความต้องการของผู้ประกอบการ ประกอบกับภาวะการค้าชะลอตัว ซึ่งภาครัฐได้เตรียมแนวทางบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหามันสำปะหลัง ปี 2561/62 ทั้งระบบแล้ว อาทิ โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาด เป็นต้น
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาลดลง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง แม้เป็นช่วงปลายฤดูของข้าวโพดหลังนา อย่างไรก็ตามผลตอบแทนจากปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังคงสูงกว่าการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง เนื่องจากการเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐ
- ปาล์มน้ำมัน ราคาลดลง เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และปริมาณน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินยังคงมีจำนวนมาก ขณะที่ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพื่อเร่งความต้องการใช้ โดยนำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
 
-- เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา --
     สินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น
- มังคุด ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตจากภาคตะวันออกออกสู่ตลาดลดลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดที่มีมาก
- สุกร ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีความต้องการ ของตลาดเพิ่มขึ้นจากการเปิดภาคเรียน ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอ
- ไข่ไก่ ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตลดลงจากมาตรการขอความร่วมมือปลดแม่ไก่ยืนกรง ประกอบกับความต้องการเพิ่มขึ้นจากการเปิดภาคเรียน
     สินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง
- เงาะ ราคาลดลง เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตจาก 3 จังหวัดภาคตะวันออก (จันทบุรี ตราด ระยอง) ออกสู่ตลาดสูงที่สุด ทำให้ผลผลิตเกินความต้องการของตลาดเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามได้มีการจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกให้เป็นไปตามกลไกของตลาดปกติ โดยเน้นการบริหารจัดการเชิงคุณภาพ 3 ระยะ ตั้งแต่ระยะก่อนเก็บเกี่ยว ระยะเก็บเกี่ยว และระยะหลังเก็บเกี่ยว เพื่อแก้ไขปัญหาในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก
- กุ้งขาวแวนนาไม ราคาลดลง เนื่องจากเกษตรกรเร่งจับกุ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากสภาพอากาศที่แปรปรวน อย่างไรก็ตามหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการให้ความรู้เสริมสร้างศักยภาพแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยแนะนำให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ทั้งปัจจัยการผลิต อาหารกุ้ง และพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น
 
2.2 จำแนกตามกลุ่มสินค้า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนพฤษภาคม 2562 เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาและเดือนที่ผ่านมา
1) กลุ่มธัญพืชและพืชอาหาร
          - เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาดัชนีราคาลดลง ร้อยละ 4.38 สินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน
            - เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.21 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ อ้อยโรงงาน
2) กลุ่มไม้ยืนต้น
          - เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.72 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา
          - เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.01 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา
3) กลุ่มไม้ผล
          - เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.99 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ทุเรียน และสับปะรด
          - เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.06 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ทุเรียน และสับปะรด
4) กลุ่มพืชน้ำมัน
          - เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาลดลง ร้อยละ 33.70 สินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน
          - เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.58 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน
5) กลุ่มพืชไม้ดอก
          - เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาลดลง ร้อยละ 33.72 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมาดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 62.26
6) กลุ่มปศุสัตว์ 
          - เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.20 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุกร และไก่เนื้อ
          - เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.57 สินค้าสำคัญที่ราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่
7) กลุ่มประมง
- เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดัชนีราคาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10.73 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมาดัชนีราคาลดลง ร้อยละ 4.78

 
3. ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร
      ภาพรวมการผลิตสินค้าเกษตร วัดจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนพฤษภาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 109.60 เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2561 ร้อยละ 0.62 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายนที่ผ่านมาดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง ร้อยละ 10.48
 


-- เปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา --
     สินค้าสำคัญที่ดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้น
ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ไก่เนื้อ และไข่ไก่
     สินค้าสำคัญที่ดัชนีผลผลิตลดลง ได้แก่ อ้อยโรงงาน สับปะรด และกุ้งขาวแวนนาไม
 
-- เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา --
     สินค้าสำคัญที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ สับปะรด เงาะ ไข่ไก่ และกุ้งขาวแวนนาไม
     สินค้าสำคัญที่ผลผลิตลดลง ได้แก่ อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน สุกร และไก่เนื้อ

 

4. แนวโน้มดัชนีรายได้ ราคาและผลผลิตสินค้าเกษตรในเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2562
     4.1 เดือนมิถุนายน 2562
           แนวโน้มรายได้ของเกษตรกร วัดจากดัชนีรายได้เกษตรกร ในเดือนมิถุนายน 2562 คาดว่าเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2561 ร้อยละ 1.97 เป็นผลมาจากดัชนีราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.59 โดยสินค้าสำคัญที่คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา สับปะรด ทุเรียน สุกร และไก่เนื้อ อย่างไรก็ตาม คาดว่า ดัชนีผลผลิตจะปรับตัวลดลง ร้อยละ 2.51 โดยสินค้าสำคัญที่จะมีผลผลิตลดลง ได้แก่ ทุเรียน และกุ้งขาวแวนนาไม ทั้งนี้ สินค้าสำคัญที่จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนนี้ ได้แก่ เงาะ ลิ้นจี่ และสับปะรด
     4.2 เดือนกรกฎาคม 2562
          คาดว่าดัชนีรายได้เกษตรกรจะทรงตัว ดัชนีราคามีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย และดัชนีผลผลิตจะทรงตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

 
 ดาวน์โหลดเอกสาร
    1. รายงานดัชนีเศรษฐกิจการเกษตร
    2. Executive Summary ( TH / EN 
    3. Infographic ( TH / EN )